If มีกี่แบบ ลดน้ำหนักด้วย IF แล้วเห็นผลได้จริงไหม

การอดอาหาร เพื่อหวังผลลัพธ์ของการลดน้ำหนักนั้น เป็นวิธีที่หลายต่อหลายคนเลือกใช้ เนื่องจากให้ผลลัพธ์ทันใจ และไม่ต้องออกกำลังกายให้เหนื่อย โดยหนึ่งในวิธีการลดน้ำหนักที่กำลังเป็นที่นิยมกันในขณะนี้ก็คือ การลดน้ำหนักด้วย การทำ IF (Intermittent Fasting) if มีกี่แบบ แต่การลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้จะได้ผลจริงและดีต่อสุขภาพหรือไม่นั้น ต่อไปนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้น รวมถึงข้อดีและข้อเสียให้คุณได้ลองเลือกดู

ซึ่งการลดน้ำหนักแบบ IF เป็นการกำหนดช่วงเวลาในการอดอาหาร (Fasting) และรับประทานอาหาร (Feeding) โดยไม่ได้เน้นที่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริโภคอาหาร แต่การกำหนดเวลาในการรับประทานอาหารจะทำให้ลดปริมาณการกินอาหารและลดพลังงานจากอาหารที่ได้รับ และในช่วงเวลาที่อดอาหาร (Fasting) ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ลดลง ส่งผลให้การเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดไปเป็นไขมันลดลง ทำให้การกักเก็บไขมันใต้ผิวหนังและน้ำหนักลดลง และช่วงที่ระดับอินซูลิน (Insulin) ลดลง ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) และนอร์อีพิเนฟริน (Norepinephrine) เพิ่มขึ้นอีกด้วย ซึ่งฮอร์โมนดังกล่าวจะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันและเพิ่มการเผาผลาญพลังงานให้สูงขึ้น โดยไม่ทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลงเหมือนการอดอาหารอย่างต่อเนื่อง

if มีกี่แบบ

มาทำความรู้จัก Intermittent Fasting หรือ IF คืออะไร

สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักว่า Intermittent Fasting หรือ IF คืออะไร ก็จะบอกสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่ามันคือ การกินแบบจำกัดช่วงเวลา ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีลดน้ำหนักที่คนทั่วโลกนิยมใช้กันมากว่า 10 ปีแล้ว แถมยังเป็นวิธีลดน้ำหนักฮิตในหมู่ผู้บริหารและคนรุ่นใหม่มากมาย ใครที่จะเริ่มทำ IF ต้องรู้อีกนิดนึงว่า if มีกี่แบบ เราจะแบ่งเวลาการกินออกเป็น 2 ช่วง คือ

  • ช่วงอด (Fasting)
  • ช่วงกิน (Feeding) อ่าน

IF มีกี่ประเภท?

การทำ IF มีอยู่ด้วยกัน 4 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

  1. การอดอาหารแบบ 5:2 (The twice-a-week method – 5:2)
    การอดอาหารแบบ 5:2 หรือก็คือการอดอาหารสองวันต่อสัปดาห์ เป็นรูปแบบการอดอาหารที่จะเลือกวันสำหรับอดอาหารไว้แค่เพียงสองวันต่อสัปดาห์ และสองวันนั้นจะต้องทานอาหารให้ได้ปริมาณแคลอรีรวมกัน 500 แคลอรี เช่น
    เลือกอดอาหารวันจันทร์กับวันพุธ ดังนั้น ทั้งสองวันนี้จะต้องรับประทานอาหารรวมพลังงานให้ได้ 500 แคลอรี
    กล่าวคือ วันจันทร์รับประทานได้ 200 แคลอรี และวันพุธอีก 300 แคลอรี
    สำหรับการอดอาหารด้วยวิธี 5:2 นั้น ควรจะเน้นการรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์และโปรตีนสูง
  2. การอดอาหารแบบวันเว้นวัน (Alternate day fasting)
    การอดอาหารแบบวันเว้นวัน คือ รูปแบบการอดอาหารที่จะทำสลับกับวันที่รับประทานอาหารในรูปแบบปกติ
    กล่าวคือ วันนี้ให้รับประทานอาหารตามปกติ โดยสามารถที่จะรับประทานอะไรก็ได้ แต่วันต่อมาจะต้องจำกัดปริมาณแคลอรีไว้แค่เพียง 500 แคลอรีต่อวันเท่านั้น
  3. การอดอาหารแบบจำกัดช่วงเวลา (Time-restricted eating)
    การอดอาหารด้วยวิธีการจำกัดช่วงเวลาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการความยืดหยุ่นของเวลาในการรับประทานอาหาร เพราะสามารถเลือกช่วงเวลาที่ต้องการอดอาหาร และวางแผนช่วงเวลาในการรับประทานได้อย่างเป็นระบบ
    สำหรับ IF มีกี่แบบนั้น และ if ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ การอดอาหารสูตร 16:8 ซึ่งสามารถทำได้โดย ในหนึ่งวันนั้นจะรับประทานอาหารได้เพียง 8 ชั่วโมง และอดอาหารให้ได้ 16 ชั่วโมง โดยช่วงเวลาที่ถูกเลือกนำไปใช้มากที่สุด คือ การอดอาหารในช่วงกลางคืนไปจนถึงช่วงเที่ยงของอีกวันและจะไม่รับประทานอาหารเช้าด้วย เช่น การรับประทานอาหารในช่วง 11 โมง ไปจนถึง 1 ทุ่ม หรือ รับประทานอาหารในช่วงเที่ยงไปจนถึง 2 ทุ่ม และช่วงเวลาหลังจากนั้นก็จะไม่มีการรับประทานอาหารอีก จนกว่าจะครบ 16 ชั่วโมง ตามที่กำหนดไว้
    อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่กำลังอดอาหารนั้น ยังสามารถที่จะดื่มน้ำ หรือรับประทานอาหารที่ไม่มีแคลอรีได้ เช่น กาแฟดำหรือน้ำอุ่น ซึ่งวิธีนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือตามต้องการ
  4. การอดอาหารแบบทั้งวัน (The 24-hour fast)
    การอดอาหารแบบทั้งวัน หรืออดอาหารตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง โดยมากแล้วมักจะเลือกอดอาหารตั้งแต่มื้อเช้าของวันนี้ ไปจนถึงช่วงเวลาอาหารเช้าของอีกวัน หรือมื้อเที่ยงของวันนี้ ไปจนถึงช่วงมื้อเที่ยงของอีกวัน ซึ่งจะทำกันประมาณ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การอดอาหารประเภทนี้เป็นวิธีที่มีผลเสียทางสุขภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ความเสี่ยงที่จะเกิดอาการปวดศีรษะ มีผลต่ออารมณ์หรือสร้างความหงุดหงิด ทำให้ร่างกายอ่อนล้า ขาดพลังงานและขาดสมาธิ และอาจรู้สึกหิวจนทนไม่ไหว
if มีกี่แบบ

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มทำ IF

  1. การทำ IF มีกี่แบบ และทำไปเพื่ออะไร?
    โดยทั่วไปแล้วจุดประสงค์ของการทำ IF มีอยู่ 2 อย่างคือ ลดน้ำหนัก และ ทำให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น หากเราอยากทานเพื่อทำให้สุขภาพดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องลดอาหารเยอะ เราอาจแบ่งปริมาณแคลอรี่ให้พอดีใน 1-2 มื้อที่กิน เช่น แบ่งเป็นมื้อละ 750-900 แคลอรี่
  2. ถามตัวเองว่ารับได้ไหมหากทาน if แล้วผลการลดเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เห็นผลเร็ว เพราะการลดแบบ IF จะเป็นการลดแบบช้าๆ ค่อยๆเห็นผล เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้มีน้ำหนักตัวมากจนเกินไป โดยการลดน้ำหนัก 1 กิโลกรัม อาจใช้เวลาเป็นสัปดาห์ หรืออาจจะเป็นเดือนจึงจะเห็นผล
  3. สามารถลดมื้ออาหารได้ไหม? เพราะการทำ if เป็นการกินตามช่วงเวลาที่ได้กำหนดไว้ หากลดมื้ออาหารไม่ได้ตั้งแต่เริ่มก็ถือว่าวิธีนี้อาจจะไม่เหมาะกับคุณ ควรหาวิธีการลดน้ำหนักแบบอื่นดีกว่า เพื่อทำให้ร่างกายไม่ต้องเครียดอาจจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี
if มีกี่แบบ

ผลดีของการอดอาหารแบบ IF

การทำ if ใครหลายคนอาจจะคิดว่าคือการอดอาหาร แบบที่ร่างกายต้องได้รับสารอาหารครบถ้วนและเพียงพอ สำหรับพลังงานทั้งหมดเพื่อทำกิจกรรมประจำวันที่หลากหลาย การรับประทานอาหารที่เหมาะสม เช่น การอดอาหารเป็นช่วงๆ หรือ IF มีประโยชน์ต่อสุขภาพดังต่อไปนี้:

  • ช่วยลดน้ำหนัก เนื่องจากมีการอดอาหารที่จำเป็นจะต้องลดและจำกัดปริมาณของแคลอรีในแต่ละวัน จึงมีผลช่วยในเรื่องของน้ำหนักและการลดไขมันที่หน้าท้อง
  • ลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin resistance) การอดอาหารเป็นระยะ อาจมีผลช่วยลดภาวะดื้อต่ออินซูลินและลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ประมาณ 3-6 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงระดับอินซูลินในอาหารก็จะลดลงมากถึง 20-31 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการที่ระดับอินซูลินลดลงนี้ มีผลช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ (Type 2 diabetes; T2D)
  • ดีต่อสุขภาพหัวใจ ช่วงเวลาที่มีการอดอาหาร มีผลดีในส่วนที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ เช่น ระดับของคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี หรือ LDL ลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ลดไขมันในเลือด เป็นต้น
  • ช่วยทำให้ความจำดีขึ้น และยังเป็นการช่วยยับยั้งอัลไซเมอร์ ให้มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยหรืออาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้
  • ทำให้อายุขืนยาวขึ้น
if มีกี่แบบ

ผลเสียของการอดอาหารแบบ IF

การทำ IF นั้นดีสำหรับใครที่สามารถอดอาหารได้ตามเวลา แต่คุณควรเลือกว่าจะทำ IF แบบไหนใดโดยเราได้บอกไปข้างต้นแล้วว่า if มีกี่แบบ ให้เลือกพิจารณาจากความแข็งแรงของร่างกายคุณเอง ยังมีผลข้างเคียงบางอย่างที่อาจส่งผลต่อความหิวของคุณ และความหิวนี้อาจจะมีผลกระทบทางอารมณ์และอาจนำไปสู่ความเครียดเพิ่มเติม และส่งผลที่ไม่ดีต่อสุขภาพของคุณ หากคุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร หรือคุณเป็นคนที่มีน้ำหนักน้อยหรือมีปัญหาเรื่องการกิน อย่างเช่น โรคคลั่งผอม (Anorexia) โรคบูลิเมียหรือโรคล้วงคอ (Bulimia) ไม่ควรทำการอดอาหาร เนื่องจากจะส่งผลต่ออาการทางสุขภาพและสุขภาวะที่เป็นอยู่

นอกจากนี้ การอดอาหารยังส่งผลต่อสุขภาพโดยตรงแบบเห็นได้ชัด ดังนี้

  • พลังงานลดลง
  • อารมณ์หงุดหงิดง่าย
  • รู้สึกหิว
  • รู้สึกง่วง
  • อุณหภูมิในร่างกายผิดปกติ
  • ขาดสมาธิ
  • ศักยภาพในการทำงานลดลง
if มีกี่แบบ

เนื้อหาเหล่านี้จะเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้สนใจในการทำ Intermittent Fasting (IF) ว่า if มีกี่แบบ และปัญหาและอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นในแต่ล่ะคนอาจไม่เหมือนกัน หากมีปัญหาโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำเพื่อความปลอดภัย และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการตรวจระดับวิตามินแร่ธาตุในเลือด หรือระดับฮอร์โมนในร่างกาย จะช่วยให้การทำ IF ได้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อัพเดทเทรนด์สุขภาพ

กลยุทธ์สุดเวิร์คพิชิตหุ่นสวยใน 42 วัน

การไดเอทสำหรับหลายคนอาจเป็นเรื่องยาก เพราะต้องอาศัยเวลา และความตั้งใจที่มั่นคงสักหน่อย ถ้าใครใจแข็งพอก็จะเผลอทานโน้นนี่ตามใจปากเหมือนเคยแน่นอน ซึ่งนั่นก็คือปัญหาอันดับหนึ่งเลยก็ว่า และเพื่อให้การลดน้ำหนักของสาวๆ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป วันนี้มีกลยุทธ์ดีๆ มาแนะนำให้เอาไปใช้ควบคุมจิตใจมากฝากกันค่ะ 7

อ่านต่อ »

สิ่งต้องห้ามของผู้หญิงอยากผอม

เมื่อความอ้วนมาเยือน หลายคนจะคิดว่าจะต้องอดอาหาร งดของหวาน หรือไม่กินอะไรได้ยิ่งดี…แต่รู้หรือไม่ว่าความคิดดังกล่าวนั้นมันผิด ผิดแบบไม่น่าให้อภัยเลยด้วยนะคะ…การจะลดน้ำหนักจะต้องทำอย่างถูกวิธี จะได้ไม่มีผลข้างเคียง วันนี้เรามีสิ่งต้องห้ามของคนที่อยากผอมมาฝากกันค่ะ ห้ามอด เพราะการอดอาหารไม่ได้ช่วยให้ผอมเพรียวลงได้ การที่อดอาหารบางมื้อไป

อ่านต่อ »

จัดเวลาทานเพื่อการควบคุมน้ำหนักอย่างได้ผล

การจัดตารางเวลาในการทานอาหารในแต่ละวันตามช่วงเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้การควบคุมการทาน และน้ำหนักของคุณเห็นผลได้ โดยไม่ต้องยุ่งยากหาวิธีการอื่นๆ อีกเลย ซึ่งตารางเวลาที่เหมาะสมมีดังนี้ 05.00 – 07.00 น.

อ่านต่อ »

สิ่งต้องห้ามของผู้หญิงอยากผอม

เมื่อความอ้วนมาเยือน หลายคนจะคิดว่าจะต้องอดอาหาร งดของหวาน หรือไม่กินอะไรได้ยิ่งดี…แต่รู้หรือไม่ว่าความคิดดังกล่าวนั้นมันผิด ผิดแบบไม่น่าให้อภัยเลยด้วยนะคะ…การจะลดน้ำหนักจะต้องทำอย่างถูกวิธี จะได้ไม่มีผลข้างเคียง วันนี้เรามีสิ่งต้องห้ามของคนที่อยากผอมมาฝากกันค่ะ ห้ามอด เพราะการอดอาหารไม่ได้ช่วยให้ผอมเพรียวลงได้ การที่อดอาหารบางมื้อไป

อ่านต่อ »

จัดเวลาทานเพื่อการควบคุมน้ำหนักอย่างได้ผล

การจัดตารางเวลาในการทานอาหารในแต่ละวันตามช่วงเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้การควบคุมการทาน และน้ำหนักของคุณเห็นผลได้ โดยไม่ต้องยุ่งยากหาวิธีการอื่นๆ อีกเลย ซึ่งตารางเวลาที่เหมาะสมมีดังนี้ 05.00 – 07.00 น.

อ่านต่อ »

กลยุทธ์สุดเวิร์คพิชิตหุ่นสวยใน 42 วัน

การไดเอทสำหรับหลายคนอาจเป็นเรื่องยาก เพราะต้องอาศัยเวลา และความตั้งใจที่มั่นคงสักหน่อย ถ้าใครใจแข็งพอก็จะเผลอทานโน้นนี่ตามใจปากเหมือนเคยแน่นอน ซึ่งนั่นก็คือปัญหาอันดับหนึ่งเลยก็ว่า และเพื่อให้การลดน้ำหนักของสาวๆ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป วันนี้มีกลยุทธ์ดีๆ มาแนะนำให้เอาไปใช้ควบคุมจิตใจมากฝากกันค่ะ 7

อ่านต่อ »