สิ่งต้องห้ามของผู้หญิงอยากผอม

เมื่อความอ้วนมาเยือน หลายคนจะคิดว่าจะต้องอดอาหาร งดของหวาน หรือไม่กินอะไรได้ยิ่งดี…แต่รู้หรือไม่ว่าความคิดดังกล่าวนั้นมันผิด ผิดแบบไม่น่าให้อภัยเลยด้วยนะคะ…การจะลดน้ำหนักจะต้องทำอย่างถูกวิธี จะได้ไม่มีผลข้างเคียง วันนี้เรามีสิ่งต้องห้ามของคนที่อยากผอมมาฝากกันค่ะ

ห้ามอด

เพราะการอดอาหารไม่ได้ช่วยให้ผอมเพรียวลงได้ การที่อดอาหารบางมื้อไป จะส่งผลให้ระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกายเราทำงานได้ช้าลง ซึ่งอัตราการเผาผลาญไขมันก็ทำได้น้อยลงตามไปด้วย ฉะนั้นต่อให้อดอาหารแค่ไหน ก็ไม่มีผลต่อรูปร่างผอมเพรียวที่พึงปรารถนาได้ค่ะ มีแต่จะทำให้ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรงมากกว่า

ห้ามผัดวันประกันพรุ่ง

เมื่อตั้งใจที่จะลดความอ้วนแล้วละก็ ต้องมีความมุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง จะมามัวผัดวันประกันพรุ่งคงไม่ได้ เคยได้ยินกันใช่มั้ยคะว่า พรุ่งนี้ไม่มีวันมาถึง เพราะฉะนั้นอย่าใช้เหตุผลว่าพรุ่งนี้ค่อยเริ่มลด เพราะวันถัดมาก็อาจจะมีเหตุผลมาอ้างอีกได้ ไม่มีวันพรุ่งนี้ที่รอคอยนะคะ คิดจะทำอะไรก็เริ่มทำเลยดีกว่าค่ะ ค่อยเป็นค่อยไปรับรองได้ผลชัวร์

ห้ามใจร้อน

การลดนำหนักส่วนเกินนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้เพียงชั่วข้ามคืน ต้องใจเย็นๆ ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป อย่าใจร้อน ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถทำให้น้ำหนักลงได้สัปดาห์ละ 5 กิโลก็ไม่เห็นจะเป็นไร ให้เวลากับตัวเองมากขึ้นอีกหน่อย อาจจะช้าไปนิดแต่ยังไงผลก็คือหุ่นดีได้เหมือนกันนะคะ ขอแค่ไม่ถอดใจไปซะก่อน คุณก็จะหุ่นเพรียวได้เหมือนกันค่ะ

ห้ามขี้เกียจ

ความจริงแล้วการออกกำลังกาย ให้เหงื่อออกกันบ้างนั้นเป็นวิธีการช่วยลดความอ้วนได้ดี เพียงแต่หลายคนเลือกเป็นวิธีสุดท้าย เพราะเจ้าความขี้เกียจมาคอยรบกวนอยู่นะซิคะ เลยมัวเอาเวลาไปหาแต่ยาลดความอ้วนมากิน ซึ่งไม่ได้ช่วยให้เราผอมได้ในระยะยาว และยังอาจจะมีผลข้างเคียงอีกด้วย ฉะนั้นแล้วใครที่อยากหุ่นสวยในระยะยาว ก็ต้องขยันออกมาขยับร่างกาย เอ็กเซอร์ไซค์กันหน่อย มากำจัดไขมันส่วนเกินของคุณอย่างปลอดภัยกันดีกว่าค่ะ

ห้ามแตะน้ำอัดลม

น้ำอัดลม รสซ่าเย็นๆ อาจจะช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นได้ แต่รู้ไหมว่าเจ้าน้ำอัดลมนี่แหละที่มีแคลอรี ตัวแปรสำคัญที่ทำให้เราอ้วนอยู่มากเลยทีเดียว แถมยังอันตรายต่อร่างกายด้วย เพราะก๊าซในน้ำอัดลมจะไปกัดกร่อนกระดูกของเรา ทำให้กระดูกพรุนได้ในที่สุด น้ำเปล่าดีที่สุดค่ะ ช่วยดับกระหายคลายร้อนได้ และไม่มีแคลอรีที่ทำให้เราอ้วนได้

ห้ามคลายเครียดด้วยการกิน

หลายคนพอเครียดก็หาอะไรกิน อยู่เฉยๆ เหงาปากก็หาอะไรมากระแทกปาก ทำกิจกรรมอะไรก็มักจะมากินไปพร้อมๆ กันด้วยถึงจะได้อารมณ์ แต่นั่นเป็นเพียงการช่วยบำบัดอารมณ์เพียงชั่ววูบเท่านั้นเอง และมันจะทำให้เราอ้วนโดยไม่รู้ตัวนะคะ

ห้ามตามใจปาก

จำไว้ให้ดีว่าถ้าอยากลดน้ำหนักได้จริงๆ ต้องไม่ตามใจปาก ต้องคำนึงเรื่องอาหารการกินกันเป็นพิเศษ อะไรที่กินได้ อะไรไม่ควรกิน เลี่ยงได้ก็เลี่ยงไป มุ่งมั่นจริงจังแล้วคุณก็จะมีหุ่นเพรียวสมใจ

แค่เพียงวิธีง่ายๆ เท่านี้ ใครที่สามารถทำได้ คุณก็บอกลาความอ้วนไปอย่างถาวรได้เลยค่ะ ใครที่กำลังพยายามลดน้ำหนักส่วนเกินแบบผิดๆ อยู่ละก็ นำวิธีดีๆ เหล่านี้ไปใช้ได้เลยค่ะ ไม่หวงอยู่แล้ว…

จัดเวลาทานเพื่อการควบคุมน้ำหนักอย่างได้ผล

การจัดตารางเวลาในการทานอาหารในแต่ละวันตามช่วงเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้การควบคุมการทาน และน้ำหนักของคุณเห็นผลได้ โดยไม่ต้องยุ่งยากหาวิธีการอื่นๆ อีกเลย ซึ่งตารางเวลาที่เหมาะสมมีดังนี้

05.00 – 07.00 น. ดื่มน้ำอุ่น 2 แก้ว เพื่อช่วยในการขับถ่าย

07.00 – 09.00 น. ทานอาหารเช้า เพราะเป็นช่วงเวลาที่กระเพาะอาหารทำงาน ถ้าทานได้ทุกวันจะทำให้กระเพาะอาหารแข็งแรง และช่วยให้หน้าไม่แก่เร็ว

09.00 – 11.00 น. งดทานอาหาร ขนม และน้ำ เพราะอาหารและน้ำจะแปรสภาพเป็นไขมัน

13.00 – 15.00 น. ควรงดอาหารทุกประเภท เพราะลำไส้เล็กทำงานหนัก

15.00 – 17.00 น. เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการออกกำลังกาย พยายามให้เหงื่อออก กระเพาะปัสสาวะจะได้แข็งแรง

23.00 – 01.00 น. เป็นช่วงเวลาของถุงน้ำดี ควรงดอาหารและดื่มน้ำก่อนเข้านอน

ถ้าหากทำตามตารางที่จัดไว้นี้ได้ รับรองว่าเรื่องน้ำหนักเกินจะไม่มารบกวนคุณอีกแน่นอนค่ะ

กลยุทธ์สุดเวิร์คพิชิตหุ่นสวยใน 42 วัน

การไดเอทสำหรับหลายคนอาจเป็นเรื่องยาก เพราะต้องอาศัยเวลา และความตั้งใจที่มั่นคงสักหน่อย ถ้าใครใจแข็งพอก็จะเผลอทานโน้นนี่ตามใจปากเหมือนเคยแน่นอน ซึ่งนั่นก็คือปัญหาอันดับหนึ่งเลยก็ว่า และเพื่อให้การลดน้ำหนักของสาวๆ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป วันนี้มีกลยุทธ์ดีๆ มาแนะนำให้เอาไปใช้ควบคุมจิตใจมากฝากกันค่ะ

7 วันของการต่อสู้

ถือว่าช่วงสัปดาห์แรกเป็นช่วงที่ทรมานที่สุดของสาวๆ เลยก็ว่าได้ เพราะคุณจะรู้สึกหิวอยู่ตลอดเวลา ถ้ายั้งใจไว้ไม่อยู่ก็อาจจะยอมแพ้ได้ง่ายๆ เลยล่ะค่ะ ดังนั้นกลยุทธ์สำหรับการกำจัดความต้องการตรงนี้ไปได้ก็คือ ให้มุ่งความสนใจไปที่อาหารเช้า โดยกินมื้อเช้าให้เยอะเข้าไว้ เพราะนอกจากจะทำให้ท้องอิ่มได้นานแล้ว ยังช่วยให้แคลอรีกับร่างกายไปใช้อีกตั้ง 350 แคลอรีค่ะ

14 วันแห่งความหงุดหงิด

เนื่องจากเป็นช่วงที่คุณกำลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารจากแบบเดิมที่ทานอะไรก็ได้ แต่ตอนนี้ต้องเลือกทานแต่ของมีประโยชน์ ทำให้คุณเกิดอารมณ์หงุดหงิด พานอารมณ์เสียไปได้ทุกเรื่องจากความเครียด และความกดดัน ซึ่งในที่สุดก็อาจทำให้ตบะแตกได้ในระยะนี้เช่นกัน ดังนั้นวิธีแก้ไขก็คือ ให้เบี่ยงเบนความสนใจด้วยการหันหน้าเข้าหาเพื่อนๆ พูดคุยปรึกษากันซะหน่อย ไม่แน่นะ คุณอาจจะปิ๊งไอเดียเจ๋งๆ ที่จะนำมาใช้ในการลดน้ำหนักต่อไปก็ได้ค่ะ

21 วันแห่งความอยาก

ช่วงนี้คุณจะมีอาการอยากทานโน้นนี่อยู่ตลอดเวลา เพราะถึงช่วงที่จะมีประจำเดือนพอดี ทำให้ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็อยากจะซื้อมาทานซะให้เรียบเลย ซึ่งการรับมือกับพายุความอยากนี้คือ แทนที่จะทานอาหารแบบวันละ 3 มื้อ ก็เปลี่ยนมาเป็นวันละ 4 – 6 มื้อย่อยๆ แทน วิธีนี้จะช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่ สามารถขจัดความเหนื่อยล้า และช่วยทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นด้วยค่ะ

42 วันเฟิร์มขึ้น แต่น้ำหนักยังไม่ลดลง

เมื่อผ่านไป 6 สัปดาห์คุณจะรู้สึกว่าร่างกายเฟิร์มขึ้น มีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น แต่สงสัยว่าทำไมน้ำหนักยังไม่ลดลงซักที อย่าเพิ่งด่วนถอดใจไปซะก่อนค่ะ ให้ทำการลดน้ำหนักอย่างนี้ต่อไปนั่นแหละ และท่องเอาไว้ว่า ยิ่งมีกล้ามเนื้อมาก ก็ยิ่งเผาผลาญแคลอรีได้มาก แต่ถ้าคุณเกิดหมดแรงฮึดขึ้นมาจริงๆ ให้นำยีนส์ตัวเก่งที่เคยใส่ไม่ได้แล้วมาลองสวมดูสิคะ หรืออาจจะส่องกระจกสำรวจดูตัวเองว่าไขมันตรงไหนลดไปบ้าง อาจจะช่วยเรียกกำลังใจกลับคืนมาได้แน่นอนค่ะ

ลองเอาไปประยุกต์ให้เข้ากับการใช้ชีวิตของคุณนะคะ รับรองว่าเรื่องน้ำหนักส่วนเกินของคุณจะต้องหมดไปในเร็ววันแน่นอนค่ะ

วิธีอาบน้ำให้ทารกอย่างถูกวิธี

ก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่ต้องมารู้จักก่อนว่าวิธีทำความสะอาดทารกนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ การเช็ดตัวและการอาบน้ำ

การเช็ดตัว

ทำในกรณีที่สายสะดือยังไม่หลุด ควรทำความสะอาดวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น เพราะถ้าอาบน้ำจะทำให้สะดือแฉะ ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ทารกได้ง่าย

การอาบน้ำ

เมื่อเด็กอายุได้ 7-10 วัน สายสะดือจะแห้งและหลุด ซึ่งเมื่อเป็นอย่างนี้ก็ให้เปลี่ยนจากการเช็ดตัวมาเป็นอาบน้ำแทน เพื่อความทั่วถึงในการทำความสะอาด

การสระผม

ไม่ว่าจะเป็นการเช็ดตัวหรืออาบน้ำ ควรสระผมให้ลูกด้วยวันละ 1 ครั้ง แต่ถ้าอากาศเย็นอาจสระวันเว้นวันแทน

การอาบน้ำให้ลูก

ไม่เพียงแต่จะทำให้ลูกสบายกายเท่านั้น เพราะถ้าคุณพ่อคุณแม่ทำให้ลูกด้วยความใส่ใจ เอาใจใส่ และอ่อนโยน สิ่งเหล่านี้ทำให้ลูกสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น ความปลอดภัย และก่อให้เกิดสัมพันธภาพ และความรักที่มีต่อกันในที่สุดค่ะ

เรื่องของเด็กแรกเกิดที่คุณยังไม่รู้

เสียงร้องเหมือนกันหมด

เคยได้ยินมาว่าเสียงร้องของเด็กจะมีความแตกต่างกัน และบ่งบอกความต้องการของลูกได้ แต่ถ้าลูกร้องทีไรก็เสียงเดียวกันหมด นั่นเป็นเรื่องปกติที่ช่วงแรกๆ คุณพ่อคุณแม่จะรู้สึกแบบนั้น แต่อย่าได้กังวลไป เพราเวลาจะช่วยทำให้สามารถแยกแยะเสียงได้เอง ลองตอบสนองลูกขั้นพื้นฐานไปเรื่อยๆ สักพักก็รู้ใจกันเอง

ลูกไม่น่ารักเหมือนในหนังสือเลย

นั่นเป็นเพียงมายาคติเท่านั้นเอง เพราะแท้ที่จริงแล้วเด็กแรกเกิดสัดส่วนจะดูแปลกตากว่าที่คุณเคยเห็น เพราะกว่าจะออกมาได้เด็กต้องเดินทางผ่านกระดูกเชิงกราน กระดูกตรงกระโหลกศีรษะที่ยังปิดไม่สนิท จะเปลี่ยนรูปชั่วคราวเพื่อสะดวกต่อการคลอดและไม่เป็นอันตรายต่อสมองน้อยๆ ด้วย อีกทั้งของเหลวในร่างกายยังทำให้ลูกตาดูบวมๆ จมูกบี้ๆ อีกต่างหาก แต่อย่าตกใจไป เพราะลูกน้อยจะค่อยๆ เต่งตึง ดูน่ารักน่าชังได้ในอีก 1-2 สัปดาห์

ตัวแค่นี้ถีบเก่งจัง

ช่วงแรกเกิดเด็กจะมีพื้นที่ในการเคลื่อนไหวแขนขามากกว่าตอนอยู่ในท้องแม่ แต่ก็ยังบังคับกล้ามเนื้อแขนขาไม่เอาไหนเลย จึงยกสะเปะสะปะไปเรื่อย เหมือนกับกระตุกหรือสะดุ้งตลอด แต่อาการนี้จะลดลงภายใน 2-3 สัปดาห์ แล้วจะค่อยๆ หายไปภายใน 3 เดือน

ลูกอัณฑะใหญ่เกินตัว

ทั้งนี้ เพราะฮอร์โมนจากแม่ ซึ่งอยู่ในร่างกายและเนื้อเยื่อของเด็กยังถูกขับออกมาไม่หมด จึงทำให้เด็กผู้ชายมีอัณฑะที่ดูใหญ่ ส่วนเด็กผู้หญิงก็มีอวัยวะเพศดูบวมๆ ในช่วง 2-3 วันแรก ถ้าไม่เจ็บหรือมีอาการอักเสบก็สบายใจหายห่วงได้

ทำไมหิวบ่อยจัง

ช่วงแรกเกิดเป็นช่วงที่ต้องคอยให้นมลูกตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากเด็กที่กินนมแม่จะหิวบ่อย เพราะนมแม่ย่อยและดูดซึมง่ายกว่านมผง ยิ่งช่วง 6 เดือนแรกจะเป็นช่วงที่ทำน้ำหนักของลูกขึ้นมาประมาณสองเท่าของตอนแรกเกิด แต่คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วง ทำใจให้สบายได้เลย เพราะเห็นลูกกินได้น่าจะดีใจมากกว่า

มือเท้าเย็น

ส่วนใหญ่เวลารู้สึกว่าลูกมือเท้าเย็น มักจะหาผ้าห่มมาห่มเพิ่ม แต่ความจริงเด็กแรกเกิดมีโอกาสที่มือเท้าจะเย็นกว่าอวัยวะส่วนอื่นได้ เพราะระบบหมุนเวียนเลือดกำลังพัฒนา จึงต้องส่งกำลังเลือดไปเลี้ยงอวัยวะหลักๆ อวัยวะที่อยู่ไกลอย่างมือและเท้าจึงได้รับช้า ทั้งนี้ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือน ระบบหมุนเวียนต่างๆ ในร่างกายจึงจะเข้าที่ ฉะนั้น ถ้าสังเกตดูว่าผิวของลูกออกสีชมพู และอุณหภูมิห้องไม่เย็นมาก ก็ยังไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อผ้าให้ลูก แค่ให้ลูกออกกำลังกาย ยกแข้งยกขาก็พอ จะช่วยทำให้ระบบไหลเวียนสมบูรณ์เร็วขึ้น

มีเลือดปนมากับผ้าอ้อม

ฮอร์โมนจากแม่บางครั้งเป็นเหตุให้มีเลือดออกมาจากช่องคลอดของเด็กผู้หญิงแรกเกิดได้ ซึ่งบางครั้งอาจไม่ใช่เลือดแต่เป็นสีของปัสสาวะที่ดูเข้ม จึงไม่ต้องกังวลถ้าคุณเห็นรอยเปื้อนเลือดเล็กน้อยติดอยู่กับผ้าอ้อมในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด

ผายลมบ่อย

เด็กที่กินนมแม่ อึลูกจะมีสีเหลืองทองและนิ่ม ไม่เป็นก้อนๆ ถ้าเลี้ยงด้วยนมขวดจะมีสีเข้มหรือคล้ำกว่า บางคนถ่ายทุกวันหรือมากกว่าหนึ่งครั้งต่อวัน บางคนสองสามวันถ่ายที แต่ถ้าไม่เป็นก้อนแข็งก็ไม่มีอะไรน่าห่วง อีกทั้งเด็กบางคนก็ผายลมเป็นว่าเล่น โดยเฉพาะหลังกินนมแม่ ถ้าไม่ปวดท้อง ไม่งอแง ไม่บวม ก็ถือว่าสบายดี ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะท้องเสีย

จามตลอดเวลา

ธรรมชาติของเด็กแรกเกิดอาจจะจามบ่อย แต่ไม่ได้หมายความว่าป่วยหรือเป็นหวัด แต่เป็นเพราะเด็กกำลังทำให้ทางเดินหายใจของตัวเองโล่งสบาย และหลังจากให้นมลูกแล้ว อาจเห็นว่าลูกจาม เพราะระหว่างดูดนม แกต้องกลั้นหายใจเป็นจังหวะ ฉะนั้น ถ้าจามโดยไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ไข้ น้ำมูก งอแง แสดงว่าลูกน้อยสบายดี ไม่ต้องกังวล

ผิวหนังลอก

เมื่อเด็กคลอดออกมา ไขมันที่เคลือบผิวหนังตอนอยู่ในท้องจะหลุดออก ทำให้ผิวหนังชั้นนอกแห้งและเริ่มลอก แต่อีก 1-2 สัปดาห์ ผิวหนังเก่าจะหลุดออก พร้อมกับมีผิวหนังใหม่ที่ใส เต่งตึงมาแทนที่ ทั้งนี้ ต้องระวัง อย่าแกะ ดึง หรือขัดเด็ดขาด ควรปล่อยให้ผิวหนังหลุดลอกออกมาเอง

บางทีเหมือนหยุดหายใจ

เพราะว่ากล้ามเนื้อในระบบทางเดินหายใจของเด็กยังไม่แข็งแรงเต็มที่ การกระเพื่อมของทรวงอกจึงมีน้อย แต่พอผ่านไปประมาณ 6 สัปดาห์ คุณแม่จะสังเกตเห็นการหายใจของลูกชัดขึ้น แต่หากรู้สึกว่าลูกหยุดหายใจเกิน 20 วินาที นั่นเป็นสัญญาณอันตราย ต้องรีบพาไปพบหมอด่วน

คราวนี้ก็คงหายข้องใจกันแล้วกับอาการต่างๆ ของเด็กแรกเกิด…ลองนำไปศึกษากันให้ละเอียดดูนะคะ เพื่อความสบายใจของคุณพ่อคุณแม่เอง…

เรียนรู้สู่การเป็นคนรู้ใจลูกรัก

เทคนิคที่เราได้นำมาแนะนำในครั้งนี้ เป็นคำชี้แนะจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเด็ก ซึ่งจะช่วยตอบปัญหาของคุณพ่อคุณแม่ได้ว่าทำไมลูกถึงทำแบบนั้น ทำไมถึงทำแบบนี้ ให้กระจ่างจนหายข้องใจ และจะทำให้คุณเข้าถึงความคิดของลูกรักได้ดีขึ้นอีกด้วยค่ะ

เทคนิคที่ว่านี้คือ การสื่อสารแบบสองทางค่ะ คือถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากรู้ว่าลูกกำลังคิดอะไรอยู่ก็ให้ถามลูกตรงๆ อยากรู้ว่าลูกทำแบบนั้นเพราะอะไร ก็ให้ถามไปเลย ซึ่งลูกก็จะพูดออกมาให้ฟังว่าเหตุผลที่เค้าต้องทำแบบนั้นเพราะอะไร เป็นวิธีที่ง่ายมากๆ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจมองข้ามไป ถึงแม้ว่าจะสนิทชิดเชื้อกันเพียงใด แต่เรื่องของจิตใจนั้น บางครั้งบางคราวก็ไม่ใช่เรื่องที่จะคาดเดาหรือรู้ล่วงหน้ากันได้ง่ายๆ

และเพื่อให้เทคนิคนี้ได้ผลเต็มร้อย นอกจากการจะถามแล้ว ขอให้คุณพ่อคุณแม่เพิ่มความพิเศษเป็นขั้นแอดวานซ์ใส่เข้าไปอีกนิด นั่นคือต้องฟังลูกด้วยค่ะ เป็นการถามและฟังเพื่อสร้างความเข้าใจ ซึ่งจะเป็นเทคนิคพิเศษที่จะทำให้คุณพ่อคุณแม่ล่วงรู้ความในใจ ความคิด อันนำมาไปสู่พฤติกรรมที่แสดงออกมาของคุณลูก จนพัฒนาไปเป็นคนที่รู้ใจลูกมากที่สุดต่อไปค่ะ

อีกอย่างคุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกเป็นคนเลือก หรือตัดสินใจอะไรเป็นได้ด้วยตัวเอง ลองเปิดโอกาสให้คุณลูกได้แสดงความคิดเห็น ได้บอกเล่าความรู้สึก และความต้องการ ซึ่งการเปิดโอกาสนี้จำเป็นนะคะ เพราะนี่คือกระบวนการของการเติบโต เพราะเด็กที่ไม่เคยได้คิด ไม่เคยได้สำรวจที่มาที่ไปของความรู้สึกของตนเอง ไม่เคยได้ตัดสินใจเอง ไม่เคยได้ทำอะไรเองนอกจากเป็นผู้รอรับคำสั่งของคุณพ่อคุณแม่ สมองของเขาก็จะไม่ได้พัฒนาเท่าที่ควร ไม่ได้เรียนรู้การแยกแยะเหตุผล และนั่นจะทำให้เขาพลาดอะไรไปหลายอย่างในชีวิตทีเดียวค่ะ

“Otto Pizza” พิซซ่าอิตาลีร้อนๆ ส่งตรงจากเตา

Otto Pizza
นึกถึงพิซซ่า ก็ต้องนึกถึงประเทศอิตาลี ที่เป็นเจ้าต้นตำรับความอร่อยของเมนูนี้ พิซซ่าในบ้านเราสามารถหารับประทานกันได้อย่างง่ายดาย แค่ยกหูโทรศัพท์ก็ส่งมาให้ถึงบ้าน แต่ถ้าจะมองหาพิวซ่าในแบบฉบับของชาวอิตาลีจริงๆ ก็คงต้องตามหากันหน่อย ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ เพียงท่านผ่านมาทาง ถนนศรีนครินทร์ เลยห้างสรรพสินค้าพาราไดซ์มาสักประมาณ 500 เมตร ก็จะพบกับร้านพิซซ่าสไตล์อิตาเลียนโฮมเมดแท้ๆ แล้วค่ะ

ร้านพิซซ่าที่เรากำลังพูดถึงอยู่ก็คือร้าน “Otto Pizza” (ออตโต้ พิซซ่า) ร้านพิซซ่าโฮมเมดเล็กๆ ที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพจากประเทศอิตาลี เมื่อเปิดประตูเข้าไปในร้านเล็กๆ จะพบว่าถูกตกแต่งในสไตล์อิตาลี มีโต๊ะ และเคาท์เตอร์ให้นั่งรับประทาน ประมาณ 10 ที่นั่ง มองเข้าไปจะเห็นครัวอยู่ใกล้ๆ แน่นอนว่าคุณจะได้กลิ่นหอมๆ ของอาหารก่อนเสิร์ฟ ยิ่งช่วยกระตุ้นให้อยากลิ้มลอง พิซซ่าของร้านนี้จุดเด่นอยู่ที่เป็นสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ แป้งบางกรอบ หอมน่ารับประทาน เครื่องเคียงบนหน้าพิซซ่าก็มีให้เลือกมากมาย หลากหลายชนิด และจะถูกวางอย่างอัดแน่เต็มแผ่น ที่สำคัญส่วนผสม และวัตถุดิบต่างๆ ยังถูกคัดสรรมาแล้วเป็นอย่างดี ส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อให้ได้รสชาติออริจินอลมากที่สุด สำหรับเมนูแนะนำของร้าน ออตโต้ พิซซ่า จะน่ารับประทานมากแค่ไหน ต้องติดตามค่ะ

ข้อมูลร้าน

ร้านออตโต้ พิซซ่า ตั้งอยู่ทาง ถนนศรีนครินทร์ เลยห้างสรรพสินค้าพาราไดซ์มาสักประมาณ 500 เมตร สำหรับใครที่ไม่สะดวกมาทานที่ร้าน ที่นี่ยังจัดส่งดิลิเวอรี่ให้ถึงมือด้วยนะคะ โดยคิดราคาจัดส่งตามระยะทาง หากสนใจจะแวะมาลองชิม หรือโทรศัพท์สั่งมาทาน สามารถแวะไปที่ ออตโต้ พิซซ่าได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.30 น. – 22.30 น. หรือจะลองโทรไปสอบถามก่อนได้ที่ 02 -743-4849

“โบราณ” ยกความอร่อยในแบบฉบับดั้งเดิมมาไว้ใจกลางเมือง

สำหรับผู้อ่านที่ชื่นชอบในการรับประทานก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ แน่นอนว่าต้องเดินทางไปถึงเจ้าต้นตำรับย่านรังสิต เพื่อลิ้มรสความอร่อยสมคำรำลือ แต่จะนึกอยากทานบ่อยๆ ก็คงไม่ค่อยสะดวก เพราะสำหรับบางท่านอาจจะรู้สึกว่าไกลจังเลย นานๆ ทานทีจะดีกว่า ดังนั้นถ้าใครที่อยู่ใจกลางเมืองแต่กำลังมองหาร้านก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆ รสชาติโบราณ สูตรแท้ดั้งเดิม รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ

ร้านโบราณ ขึ้นชื่อในเรื่องของเมนูก๋วยเตี๋ยวที่มีให้เลือกทานทั้ง ก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส ก๋วยเตี๋ยวแห้ง ทั้งหมู และเนื้อ สารพัดเส้น ไม่ว่าจะเป็น เส้นใหญ่ เส้นเล็ก เส้นหมี่ บะหมี่นอกจากนี้ยังมีเมนูข้าวเนื้อตุ๋น หมูตุ๋น ข้าวราดแกงเขียวหวานไก่ ข้าวรวมมิตรที่อัดเครื่องเคียงแน่นเต็มจาน รวมไปถึงเมนูของว่างทานเล่น อย่างติ่มซำ สารพัดอย่าง อาทิ ขนมจีบหมู ขนมจีบกุ้ง ฮะเก๋า ซาลาเปาทอดไส้ต่างๆ แฮกึ๋นทอด และอีกมากมาย ตอกย้ำความอร่อยจากเจ้าต้นตำรับย่านเยาวราชเลยทีเดียวค่ะ เท่านั้นยังไม่พอ เพื่อให้ร้านมีความโบราณอย่างสมบูรณ์แบบที่ขาดไม่ได้ก็คงเป็น เครื่องดื่มน้ำอัดลมโบราณ หลากหลายรสชาติที่คุณสามารถเลือกได้อย่างถูกปาก ก็สามารถหาดื่มได้จากร้านนี้ โดยไม่ต้องไปไกลถึงตลาดโบราณ ตลาดน้ำ ย่านต่างจังหวัดเลยค่ะ

เพียงเดินทางง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส แวะลงที่สถานีอโศก เดินมาทางตึก Exchange Tower ขึ้นไปที่ชั้น 2 ก็จะพบร้าน “โบราณ” ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ตกแต่งย้อนให้ระลึกไปถึงบรรยากาศเก่าๆ ถ้าใครที่ชื่นชอบสไตล์การตกแต่งแบบตลาดร้อยปี หรือเพลินวาน รับรองว่ามาที่นี่ได้อารมณ์ไม่ต่างกันค่ะ

และในฉบับนี้เรามีเมนูแนะนำจากทางร้าน โบราณ ที่บอกได้เลยค่ะว่าใครมาร้านนี้แล้วไม่ได้สั่ง ถือว่ามาไม่ถึงร้านแน่นอนค่ะ..

Get the look for Party

FACE

เคล็ดลับความงามต้องเริ่มจากผิวหน้าที่สวยสดใส อันดับแรกให้เริ่มจากการทาครีมบำรุงผิวหน้า ทิ้งไว้สักพักให้ครีมเซทตัว ก่อนลงรองพื้น เพราะจะทำให้ใบหน้าเรียบเนียนไม่เป็นปื้น จากนั้นค่อยๆแตะรองพื้นสูตรน้ำมาเกลี่ยให้ทั่วทั้งใบหน้า อย่าลืมว่าต้องพิถีพิถันในขั้นตอนนี้ ไม่เช่นนั้นรองพื้นอาจจะเป็นคราบได้ เดี๋ยวเสร็จออกมาจะไม่เลิศ ให้ท่องไว้ว่าจะสวยทั้งทีไม่ต้องรีบร้อนนะจ๊ะ ส่วนสาวๆ คนไหนที่ใบหน้ามีริ้วรอยด่างดำ ต้องใช้ตัวช่วยอย่างคอนซีลเลอร์ ทำให้หน้าใสเด้ง ค่อยๆ แต้มลงทีละจุด แล้วเกลี่ยให้เนียน ก่อนกดทับด้วยแป้งพับเนื้อบางเบา

EYES

สำหรับปาร์ตี้กลางคืนที่แสนสนุกสุดเหวี่ยง สาวๆ ต้องเพิ่มความโดดเด่นให้สวยที่สุดในงาน ด้วยการแต่งดวงตาให้โฉบเฉียบ ลองใช้อายแชร์โดว์สีเมทัลลิมมาเกลี่ยให้ทั่งทั้งเบ้าตา จากนั้นตามด้วยอายแชร์โดว์สีดำ – เทาเน้นให้ดวงตามีมิติ หรือจะใช้สีอื่นตามแต่สไตล์ก็ไม่ว่ากันนะคะ เลือกให้แมทช์กับลุคของคุณก็แล้วกัน ลืมบอกไปว่า ให้จัดระเบียบกับคิ้วด้วยนะคะ ถ้าหากรกหรือดกดำเกินไป ต้องกันออกให้ได้รูป แต่งหน้าออกมาจะได้สวยครบสูตร

หลังจากขั้นตอนการลงอายแชร์โดว์เรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงกาเขียนอายไลเนอร์ให้ดวงตาสวยคมยิ่งขึ้น เคล็ดลับอยู่ที่การเขียนลากจากหัวตาไล่ไปจนสุดปลายหางตา แล้วตวัดให้ปลายหางชี้ 45 องศา รับรองว่าออกมาเลิศแน่นอน จากนั้นปัดมาสคราร่าให้ขนตางอนอีก 2 – 3 รอบ หรือจะใช้วิธีการติดขนตาปลอมก็ได้เช่นกัน เลือกแบบแพหนายิ่งทำให้ดวงตาดุกลมโต เบิกดวงตาให้โดดเด่นเชียวละ

CHEEKS

บรัชออนสีพีชกำลังมาแรง เบรกดีกรีความร้อนแรงด้วยบรัชออนสีพีชที่ดูเป็นธรรมชาตินั้นแหละค่ะ เพียงเท่านั้นก็สวยเด้งได้เช่นกัน อย่าให้ส่วนแก้มไปแย่งซีนดวงตาคู่สวย ปัดให้ดูใสใส ด้วยการปัดวนเป็นวงกลม 1 รอบ แล้วปัดไล้ไล่ไปตามแนวโหนกแก้ม ให้แก้มมีสีสันระเรื่อ รับรองว่าเก๋ไก๋ไม่เบาเลยค่ะ

LIPS

ริมฝีปากอวบอิ่มถือว่าเป็นจุดเด่นอีกส่วนนึงบนใบหน้า แต่ต้องเลือกแมทช์ให้เข้ากับดวงตาด้วยนะค่ะ ถ้าอยากให้ร้อนแรงสุดๆ ไปเลยต้องเลือกสีแดงกร่ำ หยิบมาแต่งแต้มเรียวปากให้จัดจ้าน กับลุคเซ็กซี่ขี้เล่น เย้ายวนให้คุณกลายเป็นแม่สาวพราวเสน่ห์ยามค่ำคืน สวยเลิศไม่แพ้ใครแน่นอน อย่าลืมนะเคล็ดลับดีดีอย่างในไปใช้ ช่วยเพิ่มสีสันให้กับปาร์ตี้ปีใหม่ของคุณด้วยละ แล้วติดตามกันใหม่ในฉบับหน้านะคะ

Night Perfect Lady

 

ฉบับนี้ขอเผยถึงเทคนิคการแต่งหน้าสำหรับออกงานปาร์ตี้สังสรรค์ยามค่ำคืน ให้คุณเป็นสาวสวยรับไฟเจิดจรัสในงานที่โดดเด่นกว่าใครๆ เนื่องจากใกล้เทศกาลปลายปีทีไรหลายๆ คนก็คงมีการวางแผนที่เที่ยว ที่ฉลองกันยกใหญ่แล้ว โดยเฉพาะสาวๆ ที่รักงานปาร์ตี้ และสังสรรค์คงไม่พลาดแน่ๆ

ลงคอนซีลเลอร์

เพื่อปกปิดรอยหมองคล้ำรอบดวงตา ทำให้ใบหน้าดูสว่างขึ้น ด้วยการใช้ปลายนิ้วแตะคอนซีลเลอร์ใต้ตา ค่อย ๆ เกลี่ยให้ชิดขนตาล่างให้ยาวไปถึงหางตา เพื่อให้เกิดความกลมกลืน มีเทคนิคในการเลือกสีคอนซีลเลอร์เล็กน้อยค่ะ หากว่าคุณเป็นคนผิวขาวควรเลือกคอนซีลเลอร์โทนสีเหลืองที่ดูสว่าง แต่หากคุณเป็นคนผิวคล้ำควรเลือกคอนซีลเลอร์ที่ออกชมพูเล็กน้อย

รองพื้น

เลือกให้เหมาะกับสภาพผิวคุณด้วย เช่น ผิวแห้งก็ใช้รองพื้นที่มีส่วนผสมของน้ำมัน ผิวมันเลือกใช้ชนิดบางเบาเป็นแบบเจลหรือแบบน้ำก็ได้ ส่วนผิวหน้าที่มีปัญหาเรื่องสิวก็ควรเลือกรองพื้นชนิด Oil Free จากนั้นแต้มรองพื้น 5 จุด บนใบหน้า คือ หน้าผาก แก้มทั้ง 2 ข้าง จมูก คาง เกลี่ยให้ทั่วหน้า

แป้ง

ลงแป้งฝุ่นแบบบาง ๆ ก่อนแล้วค่อยเติมด้วยแป้งพัพฟ์บาง ๆ เช่นกัน มีเทคนิคในการเลือกแป้งพัพฟ์นิดหน่อยค่ะ ถ้าคุณเป็นคนผิวขาวควรเลือกสีของแป้งเข้มขึ้นมาอีกเบอร์หนึ่ง สำหรับคนที่มีผิวคล้ำหน่อย ควรเลือกสีที่ใกล้เคียงกับผิวของคุณ แต่ไม่ควรเลือกแป้งที่เข้มกว่าผิวของคุณนะคะ ไม่อย่างนั้นผิวของคุณจะยิ่งคล้ำไปกันใหญ่

คิ้ว

ตกแต่งคิ้วให้ได้รูปโดยใช้แปรงปัดตามรูปคิ้วให้เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ สำหรับคุณเป็นคนผิวขาวอยากแนะนำให้ใช้ดินสอเขียนคิ้วสีน้ำตาลอ่อน ส่วนสาวผิวเข้มแนะนำให้ใช้สีดำ แต่อย่าเน้นหนักจนเข้มเกินไปเพราะว่าจะทำให้ใบหน้าดูดุเกินไป

อายแชโดว์

ควรใช้อย่างน้อย 3 สี ซึ่งควรเป็นสีที่ใกล้เคียงกัน ลงสีที่อ่อนที่สุดก่อน ไล้ให้ทั่วเปลือกตา จากนั้นใช้สีที่อ่อนปานกลางทาเปลือกตาช่วงรอยพับ ตามด้วยสีที่เข้มที่สุดเป็นอันดับสุดท้ายสำหรับงานกลางคืนควรลงอายแชโดว์ เข้มกว่ากลางวัน เพราะว่าจะทำให้ดวงตาคุณดูโดดเด่นยิ่งขึ้น

อายไลเนอร์

การเขียนขอบตาให้ดูสวยงามนั้น ควรเขียนให้ชิดขอบขนตา แต่เขียนเฉพาะขอบตาบนก็พอ แค่นี้ดวงตาของคุณก็ดูกลมโตแล้ว

ดัดขนตาและปัดมาสคาร่า

ดัดขนตาให้งอน ควรดัดค้างไว้ประมาณ 3 วินาที จากนั้นค่อยปัดมาสคาร่า ไม่ควรปัดเกิน 2 รอบเพราะจะทำให้ดูหนาเกินไปและควรเป็นมาสคาร่าชนิดน้ำจะได้ไม่เลอะเทอะ

บลัชออน

มีให้คุณเลือกใช้หลายแบบ ทั้งชนิดฝุ่น น้ำหรือครีม ชอบแบบไหนเลือกได้เลย ควรยิ้มทุกครั้งเมื่อลงมือปัดบลัชออนบนพวงแก้มที่เปล่งที่สุดไล้เฉียงขึ้น เล็กน้อยก็พอ

ลิปสติก

สีแดงหรือสีส้มเข้ากับงานกลางคืนที่ดูลึกลับน่าค้นหา แล้วลงลิปกลอสตาม

กลิตเตอร์ จะให้ดูโดดเด่นกว่าใครต้องไม่พลาดที่จะติดลิปกลอสที่เป็นประกายวิบวับบนใบ หน้าของคุณ ซึ่งกลิตเตอร์ก็มีหลายสีให้เลือกใช้กัน แต่โทนสีบรอนซ์และสีทองแดงเหมาะกับทุกสีผิว ส่วนสีโทนเย็นอย่างสีม่วง สีชมพูและสีฟ้า จะเหมาะกับสาว ๆ ที่มีผิวค่อนข้างขาว แต่สาวผิวเข้มไม่ต้องน้อยใจไป เพราะโทนสีพีช สีเหลืองหรือสีส้มก็เหมาะกับคุณมาก ๆ และควรติดกลิตเตอร์หลังจากที่คุณแต่งหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว